A leading comprehensive directory for the hotel, restaurant and catering industry.

NEWS

    

ส.ภัตตาคาร“มึน”ตั้งรับไม่ทัน กระทุ้งรัฐอุ้มห่วงเลย์ออฟ

“ภัตตาคาร"

สมาคมภัตตาคารไทย ยอมรับปรับตัวไม่ทัน วอนรัฐเร่งไฟเขียวซอฟท์โลน 6 พันล้านที่ขอไปก่อนหน้านั้น เยียวยาผู้ประกอบการ 2.5 หมื่นรายด่วนก่อนปลดคน ชี้การปรับตัวขายดิลิเวอรี่มีข้อจำกัดทำได้บางร้านเท่านั้น

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงผลกระทบจากการประกาศของกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 2ซึ่งมีการสั่งปิด 26 สถานที่เสี่ยงในกทม.ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมถึงวันที่ 12 เมษายน 2563 เป็นเวลา 22 วัน ซึ่งมีการปิดห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ยกเว้นร้านยา ซุปเปอร์มาร์เก็ต สินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ส่วนร้านอาหารนั้นให้เปิดได้แต่ต้องซื้อกลับบ้าน Take Away เท่านั้นว่า

เรื่องนี้เกิดขึ้นกระทันหัน ผู้ประกอบการไม่ทันได้ตั้งตัวจึงได้รับผลกระทบมาก เพราะได้มีการสต็อกสินค้าที่จะขายล่วงหน้าไว้เป็นจำนวนมากทำให้ขาดทุน แต่ละรายต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปบอกตามตรงว่าช็อก บางรายถึงกับประกาศปิดร้านไปเลยและเลิกจ้างพนักงานทันที

“ทางออกของผู้ประกอบการจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการปรับตัวหันมาใช้วิธีการขายผ่านออนไลน์และบริการส่งสินค้าถึงบ้าน (ดิลิเวอรี) ผ่าน แอพพลิเคชันอาหารดัง อาทิ ฟู้ดแพนด้า แกร๊ปฟู้ด เก็ตฟู้ด ไลน์แมน เป็นต้น แต่ร้านอาหารส่วนใหญ่ 90-95 % เป็นอาหารที่ต้องรับประทานในร้านเช่น ชาบู ซึ่งสามารถส่งดิลิเวอรี่ได้ แต่ค่าส่งอาจจะสูงถึง 800 บาท ร้านปิ้งย่าง หรือร้านอาหารไทยซึ่งเป็นอาหารที่ต้องรับประทานแบบสำรับ ไม่เหมาะแก่การจัดส่งดิลิเวอรี่ต่างจาก พิซซ่า หรือพวกอาหารจานเดียวที่ส่งได้สะดวกกว่า ”

นางฐวรรณ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการกำลังหารือกันว่าจะเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไรเพราะห่วงเรื่องคนตกงาน เพราะร้านอาหารขนาดเล็กที่ไม่ถนัดในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ เขาไม่มีทางออกและต้องปิดกิจการทันทีซึ่งมีผลต่อการลูกจ้างที่ต้องเลิกจ้างทันทีเช่นกัน อีกทั้งก่อนหน้านั้นสมาคมได้เสนอรัฐบาลขอให้อนุมัติเงินกู้เพื่อเป็นซอฟท์โลนจำนวน 6,000 ล้านบาท

ซึ่งมีการหารือกับกระทรวงการคลังก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการภัตตาคาร ซึ่งมีอยู่ราว 25,000 ราย เพื่อไม่ต้องปลดคนและให้มีการกระแสเงินสดหมุนเวียนเพราะรายได้หายไป 70 % แต่ยังภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายอยู่ อีกทั้งผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ตรุษจีนปลายเดือนมกราคมหลังจีนปิดประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นผลกระทบมาจากโควิด-19 จึงเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งสนับสนุนเรื่องเงินกู้อย่างเร่งด่วนเพราะคาดว่าผู้ประกอบการน่าจะอยู่ได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น

นอกจากนี้ สมาคมฯ เตรียมเชิญตัวแทนจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมาหารือเพื่อเจรจากับแอพพลิเคชั่นหรืออะกรีเกเตอร์ ที่ให้บริการดิลิเวอรี่ อาทิ ฟู้ดแพนด้า แกร๊ปฟู้ด เพื่อให้ลดค่าบริการในส่วนของค่าอัตราส่วนกำไรขั้นต้นหรือ จีพี (Gross Profit Margin) จากที่เก็บอยู่ 37% ให้ลดลง เพื่อช่วยผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย นายกสมาคมภัตตาคารไทยกล่าว